สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่น ที่ทำให้คุณต้องไปแล้วไปอีก


ประเทศญี่ปุ่นนอกจากความน่าสนใจด้านความเจริญก้าวหน้าแล้ว ก็ยังเป็นประเทศที่มีลักษณะทางภูมิประเทศที่ค่อนข้างพิเศษแตกต่างจากประเทศอื่นๆของโลก คือมีลักษณะเป็นเกาะที่มีเทือกเขาสูงมากกว่า 75% ของพื้นที่ มีอุณภูมิและสภาพอากาศในแต่ละฤดูกาลที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนทั้งหมด 4 ฤดู ผนวกกับศิลปะและวัฒนธรรมที่โดดเด่นของประเทศนี้ ทำให้มีสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆของญี่ปุ่นที่น่าสนใจมากมาย กระจายตัวกันอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งแม้จะเป็นสถานที่เดียวกัน แต่ก็ยังมีมนเสน่ห์และความสวยงามที่แตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาลด้วย

ในบทความนี้เราจะรวมเอาสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจต่างๆทั่วประเทศญี่ปุ่นมาให้ชมกัน ซึ่งก็มีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายประเภท แตกต่างกันไปทั้งศิลปะวัฒนธรรม ธรรมชาติ และแหล่งช้อปปิ้งต่างๆ เราไปดูกันเลยดีกว่าว่าที่เที่ยวเจ๋งๆในประเทศญี่ปุ่นจะมีอะไรบ้าง 

1. ศาลเจ้าจิ้งจอกแดง(Fushimi Inari Shrine)

ที่ตั้ง: เมืองเกียวโต(Kyoto) ภูมิภาคคันไซ(Kansai)
ศาลเจ้าจิ้งจอกแดงเป็นศาลเจ้าที่มีความสำคัญมากแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น มีชื่อเสียงโด่งดังมาจากประตูโทริอิ (Torii Gate) หรือเสาประตูสีแดงที่เรียงตัวกันข้างหลังศาลเจ้าจำนวนหลายหมื่นต้นจนเป็นทางเดินได้ทั่วทั้งภูเขาอินาริทำให้เป็นภาพที่แปลกตาจึงไม่แปลกที่จะได้รับการโหวตให้เป็นสุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศญี่ปุ่นตามเว็บไซต์ท่องเที่ยวต่างๆอยู่ตลอดเวลา

2. วัดคินคะคุจิหรือวัดทอง(Kinkakuji)

ที่ตั้ง: เมืองเกียวโต(Kyoto) ภูมิภาคคันไซ(Kansai)
วัดคินคะคุจิหรือวัดทองเป็นหนึ่งในวัดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของเมืองเกียวโต เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คทางวัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศญี่ปุ่น มีอาคารไม้ที่ทาสีทองอยู่ริมบึงน้ำ ที่โดดเด่นและสวยงามกว่าที่ไหนๆในญี่ปุ่น ซึ่งจะมีความสวยงามแตกต่างกันไปในแต่ละฤดู ทั้งสวนดอกซากุระ หิมะขาวโพลน ใบไม้แดง และสีเขียวชอุ่มในฤดูร้อน นอกจากนี้ภายในวัดยังมีสวนสไตล์ญี่ปุ่นขนาดใหญ่ที่สวยงามให้เดินชมกันด้วย

3. หมู่บ้านหลังคาโบราณ ชิราคาวะโกะ (Shirakawa-go)

ที่ตั้ง: เมืองโทยาม่า(Toyama) ภูมิภาคชุบุ(Chubu)
หมู่บ้านหลังคาโบราณ ชิราคาวะโกะเป็นหมู่บ้านมรดกโลก(UNESCO) ที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามแปลกตาของหลังคาบ้าน แบบญี่ปุ่นโบราณ ซึ่งจะมีบรรยากาศที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลทั้ง 4 เช่นกัน โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่จะมีงานเทศกาลเปิดไฟส่องที่บ้านแต่ละหลังทำให้ยิ่งสวยงามมากยิ่งขึ้น

4. ปราสาทมัตสึโมโตะ(Matsumoto Castle)

ที่ตั้ง: เมืองมัตซุโมโต้(Matsumoto) จังหวัดนากาโน่(Nagano) ภูมิภาคชูบุ(Chubu)
ปราสาทมัตสึโมโตะเป็นปราสาทที่โดดเด่นมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุุ่น เพราะเป็นปราสาทหลังดั้งเดิมที่ยังไม่เคยถูกทำลายมาก่อน แต่กลับคงความสมบูรณ์และสวยงามของปราสาทเอาไว้ได้ ทั้งๆที่มีอายุมากกว่า 400 ปีแล้ว มีการใช้สีดำเพื่อให้ดูขลัง มีอาคารหอคอย 2 อาคารที่สร้างเชื่อมต่อกัน มีความสูง 6 ชั้น รอบๆปราสาทจะมีสวนต้นซากุระที่จะออกดอกสวยงามในช่วงฤดูใบไม้ผลิ

5. วัดคิโยะมิซุ หรือวัดน้ำใส(Kiyomizu-dera)

ที่ตั้ง: เมืองเกียวโต(Kyoto) ภูมิภาคคันไซ(Kansai)
วัดคิโยะมิซุ หรือวัดน้ำใสเป็นหนึ่งในวัดที่ดังที่สุดของเมืองเกียวโต ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก(UNESCO) มีอาคารไม้ขนาดใหญ่ที่สร้างอยู่ริมภูเขาสูงจากพื้นถึง 13 เมตรโดยไม่ใช้ตะปูในการสร้างเลย โดยจะมีระเบียงที่ยื่นออกไปสำหรับชมวิวเมืองเกียวโตได้ด้วย นอกจากนี้ที่บริเวณทางเข้าของวัดยังมีถนนคนเดินที่มีบรรยากาศเมืองเก่าของเกียวโตให้เดินเล่นกันด้วย

6. ห้าแยกชิบูย่า และย่านชินจูกุ(Shinjuku)

ที่ตั้ง: จังหวัดโตเกียว(Tokyo) ภูมิภาคคันโต(Kanto)
บริเวณใจกลางเมืองโตเกียวเป็นแลนมาร์คของความเป็นมหานครยุคใหม่ของญี่ปุ่นอย่างแท้จริง โดยเฉพาะบริเวณห้าแยกชิบูย่าที่กลายเป็นสัญญลักษณ์สำคัญจุดหนึ่งของเมืองโตเกียว รวมไปถึงย่านช้อปปิ้งกลางเมืองอย่างชินจูกุที่เป็นหนึ่งในย่านชื่อดังของเมืองโตเกียว ที่มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนกันมาหลักหลายล้านคนในแต่ละปี

7. ย่านชินไซบาชิ (Shinsaibashi)

ที่ตั้ง: เมืองโอซาก้า(Osaka) ภูมิภาคคันไซ(Kansai)
ชินไซบาชิ / โดทงบูริ หรือ ดงโทบุริ เป็นย่านกลางคืนที่คึกคักมากที่สุดของเมืองโอซาก้า ที่มีสัญญลักษณ์ของเมืองนี้อยู่ นั่นก็คือป้ายปูยักษ์ และป้ายนักวิ่งกูลิโกะ โดยจะมีแม่น้ำอยู่ตรงกลาง ซึ่งรอบๆก็จะมีแหล่งช้อปปิ้งมากมายเรียงรายกันไปแทบทุกทิศทุกทางเลย เรียกได้ว่าถ้าไม่ได้มาแถวนี้ก็เหมือนยังมาไม่ถึงโอซาก้านั่นเอง

8. วัดเซนโซจิ หรือ วัดอาสากุซะ หรือวัดโคมแดง

ที่ตั้ง: เมืองโตเกียว(Tokyo) ภูมิภาคคันโต(Kanto)
วัดเซนโซจิเป็นวัดชื่อดังที่สุดของเมืองโตเกียว อยู่ที่ย่านอาสากุซะ มีสัญญลักษณ์เป็นโคมสีแดงขนาดใหญ่ที่ประตูทางเข้า มีถนนด้านหน้าวัดที่เต็มไปด้วยร้านรวงขายขนมและของที่ระลึก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีคึกคักมากตลอดทั้งวันของเมืองโตเกียว

9. โตเกียว ดิสนีย์แลนด์(Tokyo Disneyland) และโตเกียวดิสนีย์ซี(Tokyo Disney Sea)

ที่ตั้ง: เมืองชิบะ(Chiba)ที่อยู่ติดกับโตเกียว ภูมิภาคคันโต(Kanto)
โตเกียวดิสนีย์แลนด์ เป็นสวนสนุกชื่อดังที่มีปริมาณนักท่องเที่ยวเข้าใช้บริการมากที่สุดของประเทศญี่ปุ่น ในปี 2013 มีจำนวนมากถึง 17.3 ล้านคน มากเป็นอันดับ 2 ของโลก จึงเป็นตัวการันตีถึงความเจ๋งของที่นี่ได้เป็นอย่างดี

10. กำแพงหิมะทาเทยาม่า คุโรเบะ(Tateyama Kurobe Alpine)

ที่ตั้ง: เมืองโทยาม่า(Toyama) ภูมิภาคชูบุ(Chubu)
กำแพงหิมะทาเทยาม่า คุโรเบะ หรือ Snow Wall จะเกิดจากการทับถมของหิมะที่สูงมากถึง 20 เมตรเลยทีเดียว โดยจะเกิดปรากฏการณ์นี้เฉพาะในฤดูใบไม้ผลิช่วงประมาณกลางเดือนเมษายน-กลางเดือนมิถุนายนของทุกปี ซึ่งในพื้นที่ส่วนอื่นๆของญี่ปุ่นถือว่าเป็นฤดูใบไม้ผลิที่ดอกไม้ต่างจะบานสะพรั่งกันอย่างสวยงาม นอกจากนี้บริเวณนี้ยังสามารถเข้าชมในฤดูอื่นๆที่จะมีความสวยงามแตกต่างกันไปด้วย เช่นการชมใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง และการชมทุ่งดอกไม้ในฤดูร้อน

11. ทุ่งดอกลาเวนเดอร์ที่ ฟาร์มโทมิตะ (Tomita Farm)

ที่ตั้ง: เมืองฟูราโน่(Furano) ภูมิภาคฮอกไกโด(Hokkaido)
ที่ภูมิภาคฮอกไกโด จะนิยมปลูกดอกไม้กันในช่วงฤดูร้อน โดยเฉพาะดอกลาเวนเดอร์ ที่ปลูกกันมานานเกือบ 100 ปีแล้ว และจุดชมทุ่งดอกลาเวนเดอร์ที่ดีที่สุดของฮอกไกโดคือที่ ฟาร์มโทมิตะ(Farm Tomita) ซึ่งมีวิวทิวทัศที่สวยงามจากฉากหลังเป็นภูเขาโทกะชิ(Tokachi mountain) ที่เปิดให้เข้าชมฟรีอย่างอิสระ ใกล้ๆกับทุ่งดอกไม้ยังมีร้านกาแฟ ร้านค้าจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากลาเวนเดอร์อีกด้วย

12. สวนกวางนารา(Nara Park)

ที่ตั้ง: เมืองนารา(Nara) ภูมิภาคคันไซ(Kansai)
สวนนารา เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ของในตัวเมืองนาราที่รวมเอาแหล่งท่องเที่ยวหลักๆของเมืองมาอยู่ในบริเวณเดียวกันนี้หลายแห่งด้วยกัน แต่หนึ่งในไฮไลท์สำคัฐของที่นี่ก็คือเหล่ากวางน้อยที่เดินกันอยู่เต็มสวนเลยทีเดียว ซึ่งในบริเวณนี้จะมีร้านขนมเซมเบ่ สำหรับเลี้ยงกวางที่จะเดินตามมากินอาหารของเราด้วย

13. วัดโทไดจิ(Todaiji)

ที่ตั้ง: เมืองนารา(Nara) ภูมิภาคคันไซ(Kansai)
วัดโทไดจิหรือวัดพระใหญ่แห่งเมืองนารา เป็นวัดพุทธที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดของเมืองนารา มีอายุมากกว่า 1,300 ปี อีกทั้งอาคารวิหารหลักยังเป็นอาคารไม้ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกด้วย โดยที่ภายในก็จะเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นอีกต่างหาก นอกจากนี้ที่ด้านหน้าประตูทางเข้าวัดจะมีกวางน้อยมารอกินอาหารอีกฝูงใหญ่เลยทีเดียว

14. สวนลิงจิโกคุดานิ(Jigokudani Yaen Park)

ที่ตั้ง: เมืองนากาโน่(Nagano) ภูมิภาคชูบุ(Chubu)
สถานที่สำหรับดูลิงแช่ออนเซนท่ามกลางหิมะที่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวแปลกของญี่ปุ่น ตั้งอยู่กลางหุบเขาจิโกคุดานิ มีบ่อน้ำที่สร้างขึ้นสำหรับเจ้าลิงทั้งหลาย ซึ่งจากประตูทางเข้าสวนเดินเข้าไปเพียง 5 นาที นักท่องเที่ยวจะพบเห็นลิงตลอดเส้นทางที่ไปยังสระน้ำ โดยพวกมันจะจับกลุ่มกันเป็นกลุ่มใหญ่ๆ มีความคุ้นเคยกับมนุษย์ แต่อย่างไรก็ตามห้ามเข้าไปจับหรือให้อาหารโดยเด็ดขาด

15. ภูเขาไฟฟูจิ Mt. Fuji (Shizuoka/Yamanashi)

ที่ตั้ง: จังหวัดชิซุโอกะ(Shizuoka) และจังหวัดยามานาชิ(Yamanashi)
ภูเขาไฟฟูจิเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กหลักของประเทศญี่ปุ่น และยังเป็นภูเขาที่สูงที่สุดด้วย มีขนาดใหญ่ มองเห็นได้จากระยะทางไกลหลายร้อยกิโลเมตร ทำให้การเที่ยวภูเขาไฟฟูจิแบบที่ต้องการวิวฟูจิ จึงกินอาณาบริเวณกว้างมาก แต่แหล่งท่องเที่ยวหลักๆจะอยู่ที่ทะเลสาบทั้ง 5 ของภูเขาไฟฟูจิ(Fuji Kawagushiko) และทะเลสาบเมืองฮาโกเน่(Hakone Lake) หรือไม่งั้นก็จะเป็นกิจกรรมการปีนภูเขาไฟฟูจิที่เป็นที่นิยมมากเช่นกัน

16. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชุราอูมิ(Churaumi Aquarium)

ที่ตั้ง: เกาะโอกินาว่า
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชุราอูมิได้ชื่อว่าเป็นพิพิธภัณท์สัตว์น้ำที่ดีที่สุดในประเทศญี่ปุ่น มีแท้งค์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ภายในนอกจากจะมีปลาทะเลหายากมากมายแล้ว ยังมีปลาฉลามวาฬอยู่ถึง 3 ตัวด้วยกัน


ขอขอบคุณข้อมูล : www.talonjapan.com