เที่ยว 6 ประเทศ ชมแสง AURORA สุดฟิน


แสงเหนือหรือแสงออโรร่า ( Northern Lights or Aurora Borealis ) เป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ธรรมชาติบนท้องฟ้า ที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากใฝ่ฝันจะได้ไปเห็นสักครั้งในชีวิต ความมหัศจรรย์ของลำแสงสีเขียว ซึ่งบางครั้งก็เป็นสีแดงและสีม่วงที่พลิ้วไหวพาดผ่านท้องฟ้า สวยงามและน่าตื่นตาตื่นใจ เป็นประสบการณ์ที่ควรหาโอกาสไปสัมผัสให้ได้สักครั้งนะคะการจะได้ชมแสงเหนือนั้น นอกจากการประเทศและทำเลที่ตั้งที่เป็นจุดหมายปลายทางแล้ว ยังมีปัจจัยสำคัญอีกหลายตัวแปร เช่น สภาพอากาศ ท้องฟ้าต้องปลอดโปร่ง และค่าของพายุสุริยะ ( Solar Storm ) ที่เรียกว่าค่า Auroral Activity ซึ่งยิ่งสูงโอกาสที่เห็นแสงเหนือหรือแสงออโรร่าก็จะมีมากขึ้น ในวันนี้ เราจะมาทำการพูดถึงทำเลยอดเยี่ยมในการชมปรากฎการณ์นี้ โดย Expedia ได้ทำการรวบรวมประเทศที่ “นักล่าแสงเหนือ” ต้องห้ามพลาดไปเก็บภาพบรรยากาศสุดฟินมาฝากกันค่ะ

1. แสง Aurora Iceland – ประเทศไอซ์แลนด์

ภาพจาก : iStockPhoto

หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า “แสงเหนือไอซ์แลนด์” มาก่อน เพราะไอซ์แลนด์เป็นประเทศตัวเลือกอันดับต้น ๆ ที่เหล่านักล่าแสงเหนือหรือแสงออโรร่าไม่ควรพลาด ประเทศที่อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติและไร้มลพิษแห่งนี้ เป็นเสมือนจุดยุทธศาสตร์ในการชมแสงเหนือคุณสามารถเห็นแสงเหนือไอซ์แลนด์ได้โดยไม่ต้องขับรถไปไกลจากเมืองหลวง Reykjavik หรือใครเลือกที่จะอยู่ชมแสงเหนือในตัวเมืองก็เป็นไปได้ แต่จะไม่ชัดมากนัก

ภาพจาก : iStockPhoto

นอกจากเมืองหลวง Reykjavik แล้ว ทางตะวันตกของประเทศบริเวณภูเขา Kirkjufell ซึ่งห่างจากตัวเมืองหลวงประมาณ 2 -3 ชั่วโมง ทางตอนเหนือของประเทศบริเวณ Westfjords และทางตอนใต้ของประเทศไอซ์แลนด์บริเวณ JökulsárlönGlacier Lagoon ซึ่งห่างจากตัวเมืองหลวงใช้ประมาณ 5-6 ชั่วโมง ก็ถือเป็นจุดชมแสงเหนือที่สวยงามอีกด้วย แต่จริง ๆ แล้วไอซ์แลนด์เป็นประเทศที่คุณจะมีโอกาสเห็นแสงเหนือได้จากในทุก ๆ ที่ถ้าสภาพอากาศและค่า Auroral Activity อยู่ในเกณฑ์ที่ดี

การเดินทาง
การเดินทางไปทางตอนเหนือของประเทศไอซ์แลนด์ที่สะดวกสบายที่สุดคือนั่งเครื่องบินไปลงที่ Keflavik International Airport จากนั้นนั่งแท็กซี่หรือนั่งรถบัส Airport Express เข้าตัวเมือง Reykjavik ใช้เวลาประมาณ 35-45 นาที สำหรับการเดินทางไปส่วนต่าง ๆ ของประเทศไอซ์แลนด์แนะนำให้เช่ารถขับหรือซื้อทัวร์

2. แสง Aurora Sweden – ประเทศสวีเดน

ภาพจาก : iStockPhoto

ประเทศสวีเดนเป็นอีกหนึ่งประเทศจุดหมายปลายทางสำหรับนักล่าแสงเหนือทางตอนเหนือสุดของประเทศ หรือ Lapland ของประเทศสวีเดนนั้น เป็นจุดยุทธศาสตร์ในการชมแสงเหนือหรือแสงออโรร่าแบบตระการตา โดยมีฉากหลังเป็นภูเขาหิมะ ธารน้ำแข็ง และทะเลสาบที่สวยงาม สถานที่สำหรับชมแสงเหนือที่มีชื่อเสียงของประเทศสวีเดนมีอยู่หลายที่ด้วยกัน เช่น Aurora Sky Station สถานีชมแสงเหนือในอุทยานแห่งชาติอบิสโก Abisko National Park ที่นี่คุณจะต้องขึ้นกระเช้าไปยังตัวสถานีด้านบนภูเขา Abisko National Park มีความโดดเด่นในเรื่องท้องฟ้าที่ปลอดโปร่ง ทำให้มีโอกาสเห็นแสงเหนือได้มากเป็นพิเศษ

ภาพจาก : iStockPhoto

นอกจากนี้ยังมี หมู่บ้าน Porjus หมู่บ้านริมทะเลสาบ Stoma Lulevatten และ หุบเขา Torne ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงแรมน้ำแข็ง Ice Hotel ที่มีชื่อเสียงไว้เป็นตัวเลือกในการชมแสงเหนือที่มีชื่อเสียงอีกด้วย

การเดินทาง
การเดินทางไปทางตอนเหนือของประเทศสวีเดนที่สะดวกสบายที่สุดคือนั่งเครื่องบินไปลงที่สนามบิน Stockholm Arlanda Airport แล้วใช้บริการสายการบินภายในประเทศจาก Stockholm Arlanda Airport ไปลงที่ Kiruna Airport ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง
1) จากตัวเมือง Kirunaไปที่อุทยานแห่งชาติอบิสโก Abisko National Park ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่งถึงสองชั่วโมงโดยรถบัส
2) จากตัวเมือง Kirunaไป Jukkasjärvi ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงโดยรถบัส
3) จากตัวเมือง Kirunaไปหมู่บ้าน Porjus ใช้เวลาประมาณสามชั่วโมงครึ่งโดยรถบัส

3. แสง Aurora Norway – ประเทศนอร์เวย์

ภาพจาก : iStockPhoto

ประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงของสวีเดน ที่เป็นจุดชมแสงเหนืออันสวยงามไม่แพ้กัน บริเวณทางตอนเหนือของประเทศนอร์เวย์ หรือ Lapland เป็นพื้นที่ยอดนิยมในการเดินทางไปชมแสงเหนือ สถานที่ยอดนิยมจะอยู่ที่เมืองทรอมโซ Tromsøเมืองท่องเที่ยวที่ตั้งอยู่ตรงกลางของวงแหวนออโรร่า ( Aurora Oval ) บวกกับอากาศที่ดี ไร้มลพิษทำให้มีโอกาสที่จะได้เห็นแสงเหนือค่อนข้างสูงนอกจากเมืองทรอมโซแล้ว อีกที่หนึ่งที่นักล่าแสงเหนือไม่ควรพลาดก็คือ Lofoten Islands หมู่บ้านสวย ๆ ล้อมรอบด้วยภูเขาและทะเล

ภาพจาก : iStockPhoto

นอกจากจะเป็นจุดชมแสงเหนือแบบเอกซ์คลูซีฟแล้ว ยังมีฉากหลังเป็นหมู่บ้านสวย ๆ

การเดินทาง
การเดินทางไปทางตอนเหนือของประเทศนอร์เวย์ที่สะดวกสบายที่สุดคือนั่งเครื่องบินไปลงที่สนามบิน Oslo Airport แล้วใช้บริการสายการบินภายในประเทศจากออสโลไปที่สนามบิน Tromsø Airport เพื่อชมแสงเหนือที่เมืองทรอมโซ หรือนั่งเครื่องบินไปลงที่สนามบิน Bodø Airport แล้วต่อรถบัสไป Lofoten Islands เพื่อชมแสงเหนือที่ Lofoten Islands

4. แสง Aurora Finland – ประเทศฟินแลนด์

ภาพจาก : iStockPhoto

อีกหนึ่งสถานที่ห้ามพลาดสำหรับนักล่าแสงเหนือตอนเหนือของประเทศฟินแลนด์หรือ Lapland เป็นสถานที่ที่มีโอกาสเห็นแสงเหนือได้สูง จุดชมแสงเหนือยอดนิยมของ Lapland ได้แก่ Sodankylä สถานที่ตั้งของ Finland’s National Observatory of Northern Lights ทะเลสาบ Inari

ภาพจาก : iStockPhoto

หรือ Inari Lake ทะเลสาบขนาดใหญ่เป็นอันดับที่สามของฟินแลนด์ก็เป็นอีกหนึ่งที่ที่ต้องปักหมุด รวมถึงอุทยานแห่งชาติ Luosto และ Oulanka ก็เป็นอีกสถานที่ที่ไร้แสงอื่น ๆ รบกวน ทำให้มีโอกาสเห็นแสงเหนือได้แบบฟิน ๆ มากขึ้น

การเดินทาง
การเดินทางไปทาง Lapland ที่สะดวกสบายที่สุดคือนั่งเครื่องบินไปลงที่สนามบิน Helsinki Airport แล้วต่อเครื่องบินภายในประเทศไป Lapland Airport ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง

5. แสง Aurora Russia – ประเทศรัสเซีย

ภาพจาก : iStockPhoto

ประเทศหนึ่งเดียวที่เราสามารถไปดูแสงเหนือได้แบบไม่ต้องขอวีซ่าคือประเทศรัสเซีย และแสงเหนือที่นี่ก็สวยงามตระการตาไม่แพ้ที่ไหน ๆ เลยล่ะค่ะ เมืองที่เป็นสถานที่ยอดนิยมคือ Murmansk เมืองทางตอนเหนือ ซึ่งเป็นเหมือนประตูสู่การชมแสงเหนือของประเทศรัสเซีย นอกจากจะได้ชมแสงเหนือที่สวยงามแล้ว ยังจะได้สัมผัสวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของชาวเมืองรัสเซียที่นี่อีกด้วย

ภาพจาก : iStockPhoto

จาก Murmansk ไปทางใต้จะมีเมืองที่เรียกว่า Severodvinsk ซึ่งเป็นสถานที่ที่คุณสามารถเห็นแสงเหนือได้ชนิดที่คนพื้นเมืองบอกว่าไม่ต้องขับรถออกจากตัวเมืองเลยทีเดียว ใครอยากไปชมแสงเหนือแบบฟิน ๆ ง่าย ๆ ไม่ต้องขอวีซ่า ก็ต้องที่รัสเซียนี่ล่ะค่ะ

การเดินทาง
การเดินทางไปทาง Murmansk ที่สะดวกสบายที่สุดคือนั่งเครื่องบินไปลงที่รัสเซียสนามบิน Sheremetyeveo International Airport แล้วต่อเครื่องบินภายในประเทศไป Murmansk Airport ใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงครึ่ง

6. แสง Aurora Australia – ประเทศออสเตรเลีย

ภาพจาก : iStockPhoto

นอกจากปรากฎการณ์แสงเหนือแล้ว ยังมีอีกหนึ่งปรากฎการณ์ที่คล้าย ๆ กันคือแสงใต้ หรือ Aurora Australia ซึ่งจะปรากฏขึ้นที่ Tasmania รัฐทางตอนใต้ของออสเตรเลียอีกด้วย แสงใต้ที่นี่จะเห็นได้ตลอดปี ถ้าท้องฟ้าปลอดโปร่ง และมีค่า Aurora Activity ที่สูง โดยเฉพาะในช่วงเดือนกันยายนมักจะเป็นเดือนที่สังเกตเห็นแสงใต้ในรัฐ Tasmania ประเทศออสเตรเลียได้สวยงามและชัดเจนที่สุดจากทุกมุมเลยทีเดียว ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจนะคะ เพราะการเดินทางจากประเทศไทยไปรัฐ Tasmania ก็สะดวกสบาย สามารถนั่งเครื่องบินไปลงที่ Hobart International Airport ได้เลย

การเดินทาง
เพราะการเดินทางจากประเทศไทยไปรัฐ Tasmania ก็สะดวกสบาย สามารถนั่งเครื่องบินไปลงที่ Hobart International Airport ได้เลย


ขอขอบคุณข้อมูลจาก : www.expedia.co.th